user name
Data Innovation and Governance Institute, DIGI
1803 Views

Science, Digital Technology and Innovation

เปรียบเทียบ "On-Cloud vs On-Premise" คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

22 Aug 2022

วันนี้ DIGI จะพาทุกคนไปไปทำความรู้จักกับวิธีการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลแบบ On-Cloud และ On-Premise ว่าคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบ “On-Cloud vs On-Premise” คืออะไร ต่างกันอย่างไร?  

ในโลกยุคปัจจุบันที่หลายองค์กรเริ่มหันไปให้ความสนใจในการเลือกใช้ข้อมูล หรือ “Data” มาสร้างความได้เปรียบของการแข่งขันในอุตสาหกรรมเพื่อให้บริษัทขึ้นไปอยู่ในชั้นแนวหน้าของการดำเนินธุรกิจได้นั้นจำเป็นจะต้องมีนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ “Data Scientist” ในการเลือกนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ข้อมูลแบบ Insight เพื่อนำไปประยุกต์ต่อไป 

 

แต่จะเกิดกระบวนการเหล่านี้ได้นั้นแค่ความเก่งกาจของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ แต่บริษัทจำเป็นจะต้องมีวางระบบทางด้านโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บและจัดการข้อมูล (IT Infrastructure) ที่มีประสิทธิภาพพร้อมกับความทันสมัยเพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลที่นับวันจะยิ่งมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันกลายเป็น Big Data หรือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี 

 

โดยในปัจจุบันวิธีการจะจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูลหลายคนอาจจะเคยได้ยิน หรือได้ทราบกันมาบ้างว่าสามารถใช้ในรูปแบบของ On-Cloud หรือ On-Premise หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูลในแต่ละรูปแบบคืออะไร แล้วมีความแตกต่างกันอย่างไร

 

ดังนั้นวันนี้ DIGI จะพาทุกคนไปไปทำความรู้จักกับวิธีการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลแบบ On-Cloud และ On-Premise หรือที่เรียกกันติดปากว่า On Prem  ว่าคืออะไร แล้วทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกันอย่างไร รวมไปถึงยกตัวอย่างข้อดี ข้อเสียเปรียบเทียบกันเพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ

 

On-Cloud VS On-Premise คืออะไร 

 

Cloud หรือ On-Cloud ย่อมาจากคำเต็มคือเป็นการบริการระบบ System Host ซึ่งเป็นระบบศูนย์กลางไว้สำหรับ System อื่นเข้ามาร่วมใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตโดยการบริการส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกกับการรับบริการ 

 

ซึ่งการบริการ On-Cloud ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ครบจบในที่เดียวตั้งแต่การใช้งานโปรแกรม การยืมระบบประมวลผลของ Host เพื่อการใช้งานผ่าน System ของผู้รับบริการ ไปจนถึงการเช่าพื้นที่เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล 

 

โดยการรับบริการประมวลผลและเก็บข้อมูลนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลมักจะใช้เพื่อการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจำเป็นจะต้องใช้ระบบประมวลผลที่มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการจัดการ Big Data ดังนั้นการใช้งานผ่านบริการ Cloud จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการทำงานสาย Data Analysis 

 

On-Premise หรือ On Prem คือระบบ IT Infrastructure ที่มีการติดตั้งใช้งานเองภายในองค์กร โดยองค์กรสามารถจัดการตั้งแต่เรื่องการดูแลระบบ การใช้งาน ไปจนถึงการบำรุงรักษาครบด้วยตัวบริษัทเอง รวมถึงต้องมีการจัดตั้งทีมงานที่มีความรู้ทางด้าน IT โดยเฉพาะเพื่อดูแลระบบของ IT Infrastructure 

 

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง On-Cloud และ On-Premise  

ส่วนที่แล้วเราได้กล่าวไปถึงความหมายของ On-Cloud และ On-Premise เพื่อให้หลายคนที่อาจจะยังไม่เคยได้ยินคำว่า On-Cloud กับ On-Premise หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินแต่ไม่ได้มีความคุ้นชินกับคำเหล่านี้มาก่อนได้รู้จักเพิ่มขึ้น แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจและมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนเราจะทำข้อเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้อ่านสามารถแยกทั้ง 2 ระบบออกจากกันได้ดังนี้

 

  • การลงทุนเพื่อใช้งานระบบ 

เริ่มแรกเลยเมื่อถามถึงการใช้งานระบบ IT ผู้บริหารหลายคนเริ่มมีความคิดในหัวถึงเรื่องของการนำเงินทุนมาเพื่อจัดสร้างระบบ IT ในที่องค์กรเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการในการใช้งาน ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างทั้ง 2 ระบบคือ

 

ถ้าเป็น On-Premise องค์กรจำเป็นจะต้องลงทุนไปกับการสร้าง IT Infrastructure เพื่อรองรับการใช้งาน ทำให้องค์กรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบตั้งแต่จ้างพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน IT รวมไปถึงการติดตั้ง Software และ Hardware เมื่อใช้งานระบบไปได้ซักระยะหนึ่งองค์กรก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา หากในอนาคตมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาก็จำเป็นจะต้องมีการขยายโครงสร้างเพื่อรองรับการเติบโต 

 

โดยจะแตกต่างจากระบบ On-Cloud ซึ่งองค์กรไม่จำเป็นจะต้องลงทุนไปกับค่าใช้จ่ายในการสร้าง IT Infrastructure รวมไปถึงส่วนของพนักงานด้าน IT ค่าติดตั้งระบบ จนถึงค่าบำรุงรักษา โดยค่าใช้จ่ายที่กล่าวมาทั้งหมดทางองค์กรสามารถผลักภาระไปให้เจ้าของระบบ Cloud จัดการแทนได้ เพียงแค่องค์กรมีค่าใช้จ่ายในการใช้งานระบบ Cloud โดยอาจจะอยู่ในรูปแบบของ Subscription

 

  • ความปลอดภัยของระบบ 

ประเด็นถัดมาที่ทำให้ทั้ง 2 ระบบมีความแตกต่างแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจนได้แก่เรื่องของความปลอดภัยของระบบโดย On-Premise ระบบความปลอดภัยจะขึ้นอยู่กับพนักงาน IT ในองค์กรจะเป็นผู้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลผ่านอุปกรณ์ภายในตัวองค์กรเองส่งผลให้เจ้าของข้อมูลสามารถบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลได้เองโดยตรง 

 

ซึ่งจะมีความแตกต่างกับ On-Cloud ที่เราจะต้องไปฝากฝังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลไว้กับผู้ให้บริการว่าพวกเขาเหล่านั้นสามารถจัดเก็บข้อมูลของเราไว้ในที่ที่มีการดูแลเป็นอย่างดี รวมไปถึงต้องมีระบบ Firewall ป้องกันการโดนโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีนั่นเอง 

 

  • การเข้าถึงการใช้งาน 

สำหรับการเข้าถึงการใช้งานของระบบนั้นทั้ง 2 รูปแบบจะมีวิธีการเข้าถึงการใช้งานที่มีแตกต่างกัน ได้แก่ระบบ On-Premise จะเป็นการใช้งานระบบ IT ผ่านอุปกรณ์โดยตรง ณ ที่ที่ตัว Hardware และ Software  ติดตั้งอยู่ 

 

แต่ On-Cloud จะเป็นการใช้งานผ่านระบบอินเทอร์เน็ตดังนั้นการใช้งาน On-Premise จะสะดวกก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานเข้าไปยังพื้นที่ที่อุปกรณ์ติดตั้งอาจจะทำให้ลดปัญหาด้านการเชื่อมต่อกัน ส่วน On-Cloud จำเป็นจะต้องมีอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงระบบการใช้งาน หากระบบอินเทอร์เน็ตล่มหรือมีปัญหาก็เป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดใหญ่สำหรับการใช้งาน

 


  • ความน่าเชื่อถือของระบบ 

ความน่าเชื่อถือของระบบจะเป็นเรื่องที่พูดถึงความมีเสถียรภาพในการใช้งานของระบบในสภาวะเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น เกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม พายุ ไฟไหม้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นระบบ On-Cloud จะสะดวกต่อผู้ใช้งานมากกว่าเพราะโดยปกติผู้ให้บริการจะมีการตั้ง Server ของระบบอยู่หลายแห่งในโลกเพื่อสำรองไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน

ซึ่งจะแตกต่างกับ On-Premise ที่อุปกรณ์ Hardware มีเพียงไม่กี่เครื่องซึ่งถ้าเกิดปัญหาขึ้นที่ตัวอุปกรณ์ข้อมูลที่เก็บไว้อาจจะได้รับควรมเสียหายกระทบกับผู้ใช้งาน แต่ถ้ามองถึงระบบอินเทอร์เน็ตล่ม On-Premise อาจจะมีความได้เปรียบกว่าในแง่ของการใช้งาน

 

สรุป

 

โดยสรุปแล้วการใช้งานระบบ IT ทั้งในรูปแบบของ On-Premise และ On-Cloud จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนโดยแต่ละระบบก็จะมีข้อดี ข้อเสียในตัวเอง ซึ่งทางผู้ใช้งานจำเป็นจะต้องทำความรู้จักกับระบบทั้ง 2 รูปแบบว่ามีการใช้งานอย่างไร แต่ละแบบมีข้อจำกัดอย่างไรบ้างเพื่อที่เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องใช้งานก็จะสามารถเลือกนำเอาระบบที่เหมาะสมมาใช้ให้ตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

 

ที่มา

 

Like 0

user name

Incorrect words. Please try again.

Comments (0)